การสอนลูกให้มีความอดทน

Updated: Apr 9

ตอนที่น้องท้องน้องแม๊กซ์ คุณแม่ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น ระหว่างที่คุณแม่อยู่ที่นั่นก็ได้เห็นว่ามีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างเด็กชาวญี่ปุ่น และชาวจีน (ที่ญี่ปุ่นมีคนจีนอยู่เยอะจริง ๆ) เด็ก ๆ ชาวญี่ปุ่น แม้จะเป็นเด็กทารก แต่จะไม่ร้องให้อย่างเอาเป็นเอาตายในรถไฟ หรือร้านอาหาร เด็กที่โตขึ้นมาหน่อยพอเดินได้ จะไม่วิ่งบนถนน หรือบนบันไดเลื่อน รู้จักต่อคิว นอกจากนี้ยังทานอาหารร่วมกับพ่อแม่อย่างเป็นสุข

คุณแม่ก็ได้คุย กับเพื่อน ๆ ญี่ปุ่นหลายคน และคุณหมอญี่ปุ่น ว่าทำไมถึงฝึกลูก ๆ ได้ แม้กระทั่งเค้ายังเล็ก เค้าก็สอน ๆ มาตลอด เคล็ดลับคือ

"ฝึกให้ลูกรอเป็น" และ "ทนเสียงลูกร้องให้ได้"


1. แรกเกิด ฝึกโดยการสนองความต้องการ แต่ก็ฝึกให้รอไปในตัว เช่น ลูกหิวนม เรารู้ว่าลูกหิว ให้ร้องไห้ไปสัก 1- 2 นาทีไปก่อน ไม่เป็นไร แต่เราต้องบอกเค้าไปด้วยว่า "แม่รู้ว่าลูกหิว แต่รอสัก 2 นาทีน๊ะ แม่จะป้อนนมให้" หรือเปลี่ยนผ้าอ้อม "แม่รู้ว่าลูกไม่สบายตัว แต่รอสัก 2 นาทีน๊ะ แม่หาแป้ง และผ้าอ้อมให้ลูกก่อน" อย่ารีบวิ่งลนลาน เมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง สังเกตซะก่อนว่าร้องเพราะอะไร ก่อนที่จะอุ้มขึ้นมา

2. ทารก เมื่อเล่นของที่เล่นไม่ได้ ให้บอกว่า อันนี้เล่นไม่ได้ ให้เอาของเล่นที่เล่นได้ให้ ถ้าร้องก็ปล่อยให้ร้องไป โอ๋ไป กอดไป แต่ไม่อุ้มขึ้นมา

3. อยากให้อุ้ม เมื่อเริ่มจำพ่อแม่ได้ ก็จะอยากให้อุ้มตลอดเวลา แต่ใครจะไปอุ้มได้ทั้งวันละ ก็สอนให้เค้าคลานเล่น ในที่ของตัวเอง ถ้าร้องก็ให้ร้อง 2-5 นาที อุ้มปลอบ สงบแล้ววางลงใหม่ ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเค้าก็เรียนรู้ว่า แม่เข้าครัวทำกับข้าว เดี๋ยวกลับมา ร้องยังไงแม่ก็ต้องทำงานนั้นให้เสร็จแล้วกลับมา ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้

4.ให้ลูกพยายามด้วยตัวเองก่อน เช่นเค้าล้ม ช่วงหัดเดินล้มบ่อยมาก บอกให้เค้าลุกเองก่อน เค้าร้องเพราะตกใจเท่านั้น เรามีเบาะรองอยู่แล้วล้มไม่เจ็บแน่นอน บอกให้เค้าลุก ถ้าเค้ายังร้องอยู่หลังจากลุกได้แล้วสัก 2-3 นาทีค่อยเข้าไปโอ๋ ทำไปเรื่อย ๆ

5. พ่อแม่จงเป็นทีมเดียวกัน ไม่ใช่พ่ออุ้ม แม่ไม่อุ้ม ลูกจะสับสน ยิ่งเอาแต่ใจไม่รู้จักรอกันเข้าไปใหญ่ ฝึกยากมากแบบนี้ คุยกันให้เข้าใจว่าทำไมปล่อยให้ร้อง ถ้าพ่อไม่เข้าใจให้ไปหาหนังสือมาให้อ่าน หรือเปิดเน็ตให้อ่านเลย คุณหมอเมืองไทยหลายท่านแนะนำให้เด็กรอเช่นกัน

6. วินัยสำคัญ อย่ากลับไปกลับมา จงทำแบบเดิมอย่างสม่ำเสมอ ผลมันจะมาเอง เมื่อเราทำอย่างตั้งใจ

7. ทนเสียงลูกร้องให้ได้ ท่องให้ขึ้นใจว่าถ้าเราทนไม่ได้ตอนนี้ เราจะได้เทวดา ไม่ใช่ลูก เค้าต้องอดทน และเราก็ต้องอดทนด้วย

ผลที่คุณแม่ได้รับหลัง 9 เดือน

วันนี้น้องแม๊กซ์ป่วยหนัก เนื่องจากไวรัสในอากาศ ไข้ขึ้น 40.3 คุณแม่มาโรงพยาบาล ต้องเจอคนแปลกหน้ามากมาย (ไม่ร้อง ยิ้มให้) ต้องให้พยาบาลใส่ถุงปัสสวะ เพื่อเก็บไปตรวจ ไม่สบายตัว (ไม่ร้อง มีทำเสียงรำคาญนิดหน่อย) ต้องเก็บตัวอย่างน้ำมูก เอาแท่ง ยาว ๆ ใส่ไปในจมูก พยาบาลบอกร้องแน่ ไม่มีใครรอดสักคน (ไม่ร้อง ทำเสียงรำคาญ มากขึ้นอีกนิด) เจาะเลือด เพราะส่งตรวจ พยาบาลเตือนว่าคุณแม่น้องจะร้องน๊ะคะ ให้คุณแม่ทำใจ แม่ก็ทำใจรอไว้ (ร้อง 10 วินาที ตอนเข็มจิ้ม ตอบบีบเลือดออกไม่ร้องเลย) หลังจากนั้น ผลเลือดบอกว่าเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติเท่านึง ติดเชื้อไวรัสแน่นอน ต้องนอนโรงพยาบาล เก็บเลือดเพิ่ม ไปเพาะเชื้อใส่สายน้ำเกลือให้ยา (ร้องตอนเจาะเท่านั้น 1 นาที ตอนบีบเลือดกับต่อสายน้ำเกลือไม่ร้อง) คุณพยาบาลชมว่าไม่เคยเห็นเด็กอดทนขนาดนี้เป็นเด็กเลี้ยงง่ายมากมาย


นี่คือผลของคุณแม่และคุณพ่อที่ฝึกวินัย วันนี้เห็นแล้วว่ามันเป็นผล ลูกเราจะร้องเมื่อเจ็บหรือเกินจะทนไหว รู้ว่าเจ็บเป็นอย่างไร ไม่ร้องเพราะออเซาะ (อันนี้ยืมคำคุณพยาบาลมา) จริง ๆ ไม่ตกใจง่าย เข้ากับคนได้ง่าย มีความอดทนต่อความรำคาญ


ขอบคุณพยาบาลและคุณหมอทุกท่าที่โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ที่มีความชำนาญเป็นอย่างดี เกี่ยวกับการดูแลเด็ก เจาะก็เจาะกันครั้งเดียว รู้ว่าต้องเล่น ต้องโอ๋ยังไง เก่งกันมาก ๆ ขอบคุณคะ


บทความโดย

Dr. Benz Choklap

คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe

#คาเฟ่เด็ก #คิดส์คาเฟ่บางนา #คาเฟ่เด็กบางนา #KidsCafe

https://th.babblespacekidscafe.com/

0 views

Managed by MCN Consulting Co., Ltd. Registration Number 0105561117466