เป็นแม่ที่ลูกทั้ง “รัก” และ “เคารพ” อย่างไร

Updated: Apr 20

สำหรับบทความนี้ความพอดีเป็นสิ่งสำคัญมาก เราสามารถเป็นแม่ที่ลูกรักและเคารพได้โดยไม่ยากเลย เบ็นซ์เป็นผู้สนับสนุนพัฒนาการของเด็ก โดยไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางร่างกายหรือทางอารมณ์ เราจะเป็นแม่ที่ลูกรักและเคารพ โดยที่ไม่ตีและไม่ด่าลูกกันนะคะ



1. เล่นกับลูกให้มากที่สุด เอาเป็นว่าเวลาที่มีจงเล่นกับลูก ถ้าเล่นไม่เป็นให้ลูกสอนคุณแม่เล่นคะ แค่คุณแม่วางโทรศัพท์มองดูลูก ๆ ยิ้มให้เขา เขาจะสอนให้คุณแม่ร่วมวงเล่นกับเขาอย่างแน่นอน


2. อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากที่สุด หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ในการสอนพัฒนาการให้กับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟังสลับกับการเล่น ลูกจะได้พัฒนาการด้านภาษาและความใกล้ชิดกับแม่


3. ทำงานบ้าน สอนให้ลูกทำงานบ้านในส่วนที่เขาต้องรับผิดชอบ เริ่มจากในห้องของลูก จานที่ลูกทานข้าว ขยะที่ต้องทิ้ง ที่นอนต้องจัดให้เป็นระเบียบ


4. ทำกิจวัตรประจำวันให้ตรงเวลา ให้ลูกเข้านอน ทานอาหาร อาบน้ำเป็นเวลา เป็นการฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัยในตนเอง


ข้อ 1 -4 เป็นการสร้างความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะสร้างความเคารพ ครอบครัวสร้างด้วยความรักก่อน ไม่ใช่เป็นพ่อแม่ที่ ฉันถูกเสมอ ลูกต้องฟังฉัน นั่นอาจใช่เมื่อ 30 ปีก่อนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต วันนี้ไม่ใช่แล้ว เราต้องสร้างสายสัมพันธ์ความรักให้ลูกอย่างแข็งแกร่ง แบบลวดสลิงมัดแม่กับลูกไว้ด้วยกันเลยทีเดียว เพราะเมื่อเขาเป็นวัยรุ่น การควบคุมอารมณ์​ ความมีเหตุผล, และความต้องการแม่จะน้อยลง เมื่อถึงตอนนั้นสายสัมพันธ์อันนี้จะมีประโยชน์มากทีเดียว เอาละเรามาถึงการสร้างความเคารพแล้วละ



5. ดุลูกด้วยความรัก “Kind but Firm” จงเป็นแม่ที่เด็ดขาดสิ่งใดที่เคยบอกว่า “ไม่” จงอย่าเปลี่ยนใจว่า “ได้” ทีหลังลูกจะสับสน ตัวอย่างเช่น ลูกร้องให้โวยวายที่จะไม่นั่งคาร์ซีท ตอนแรก ๆ ก็ให้สามารถทำให้ลูกนั่งจนได้ถึงแม่ลูกจะร้องให้โวยวายก็ตาม แต่มีบางวันที่เห็นว่าขับรถใกล้ ๆ และมีคนนั่งข้างหลังกับลูกก็ไม่ให้ลูกนั่งคาร์ซีท เพราะไม่อยากทะเลาะกับลูก “ผิด ผิด ผิด” การกระทำเช่นนี้ เบ็นซ์อยากบอกว่าผิด 100 ครั้ง เพราะลูกจะสับสน คำพูดแม่ไม่เป็นที่เคารพ ลูกจะเข้าใจว่าคำว่า “ไม่” ของแม่เปลี่ยนได้ขอเพียงโวยวายไปเรื่อย ๆ ลูกจะสร้างนิสัยเอาแต่ใจขึ้นโดยธรรมชาติ


6. พูดและมองตาลูกเวลาที่เขาทำผิด ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าให้ จงมองตาและดุเวลาที่ลูกทำผิดใช้น้ำเสียงโทนต่ำ พูดด้วยเหตุผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์เสมอ ลูกเข้าใจ แม้กระทั่งลูกยังไม่สามารถพูดได้ก็ตาม เขาจะสามารถจับน้ำเสียงได้ว่า “แม่เอาจริงแล้วนะ” เขาจะมี 2 ทางเลือกคือสู้หรือถอย ถ้าคุณแม่ทำเป็นกิจวัตร เขาจะเลือกถอย แล้วพยักหน้าเข้าใจ หันไปสนใจอย่างอื่นแทน


7. ลูกร้องโวยวายเสียงดังเวลาดุ อันนี้คือลูกเลือกที่จะสู้ คุณแม่ต้อง รอ ฟัง ใจเย็น เขาจะร้อง นอนดิ้น ให้ทำไป ขอแค่อย่าทำร้ายตัวเอง อย่างทำร้ายคนอื่น ถ้าทำก็จับมือไว้แล้วบอกไม่ให้ทำ นั่งรอต่อไป คุณแม่ที่เริ่มปรับพฤติกรรมใหม่หมดอาจจะต้องฟังลูกร้องอย่างน้อย ๆ 30 นาทีเลยนะคะ แต่มันจะน้อยลงเรื่อย ๆ เมื่อรู้ว่า “แม่เอาจริง” ไม่มีประโยชน์ที่จะร้องให้ออกมา เพราะผลก็ไม่เปลี่ยนยังไงแม่ก็ไม่ให้อยู่ดี


หวังว่าคุณแม่จะไปปรับใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

บทความโดย

Dr. Benz Choklap

คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe

#คาเฟ่เด็ก #คิดส์คาเฟ่บางนา #คาเฟ่เด็กบางนา #KidsCafe #แฟรนไชส์กาแฟ #SensoryClass

https://th.babblespacekidscafe.com/

25 views

Managed by MCN Consulting Co., Ltd. Registration Number 0105561117466