Search

#ลงโทษลูกอย่างไรให้ได้ผล

จริง ๆ แล้วเราที่เป็นแม่ทุกคนรักลูกเป็นอย่างมาก บางทีรักมากจริง ๆ จนไม่อยากได้ยินเสียงเขาร้องไห้ หรือเสียงเขาขัดใจ แต่ไม่ว่ายังไงเราขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือสอนระเบียบวินัยและการอยู่ร่วมในสังคม ก่อนที่ลูกของเราจะไปเผชิญโลกภายนอก แต่บางทีสอนแล้วสอนเล่าลูกก็ไม่จำขึ้นใจ แถมจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำสอนของเราซะอีก ทีนี้เราก็ต้องมาพิจารณาวิธีทำโทษลูกกันนะคะ เราจะลองมาดูกันสิว่าวิธีไหนบ้างที่ใช้แล้วได้ผลในการทำโทษลูกกันค่ะ


#1ใช้คำพูด ทุกครั้งที่จะทำโทษลูกคุณแม่อย่าลืมอธิบายให้ลูกฟังว่าทำโทษลูกด้วยเหตุผลอะไร อย่าคิดว่าลูกไม่เข้าใจนะคะ ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าเด็กเล็กแค่ไหนสามารถเข้าใจสิ่งที่คุณแม่อธิบายได้ในแบบฉบับของเขาเอง ยกตัวอย่างเช่นถ้าเขาทำน้ำหกคุณแม่ก็บอกเขาว่าคราวหลังต้องระวังน้ำหก เราจะเล่นน้ำเวลาอาบน้ำเท่านั้นนะคะ กันเพื่อให้น้ำไม่หกเลอะเทอะนะคะ ก่อนที่จะให้ลูก Time Out อธิบายเหตุผลให้ลูกฟังเสมอนะคะว่าทำไมและเพราะอะไรเขาถึงถูกทำโทษ

#2ไม่ตี บางทีคุณแม่ก็คิดว่าทำไมพูดแล้วพูดอีกลูกก็ไม่ฟัง บางทีก็เผลอลงมือลงไม้กับลูกไปบ้างคุณแม่คะนักจิตวิทยาและหนังสือทุกเล่มแนะนำไปในทิศทางเดียวกันคะว่าการลงโทษลูกด้วยความรุนแรง การตีหรือใช้กำลังกับลูก ไม่ได้ก่อให้เกิดวินัยกับลูกแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามย่อมส่งผลเสียกับลูกอย่างร้ายแรง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจการทำโทษลูกด้วยการทำร้ายร่างกาย เบ็นซ์ไม่แนะนำทั้งสิ้นนะคะคุณแม่

#3เสียงของคุณแม่​ โทนเสียงของคุณแม่สำคัญมากนะคะ บางทีเข้าใจค่ะว่าลูกตีกันคุณแม่ส่งเสียงมาจากในห้องครัวดังมากกกก ลูก ๆ ตกใจ หยุดทำทันที แต่ในความเป็นจริงลูกหยุดเพราะตกใจเสียงคุณแม่ ไม่ได้หยุดเพราะเข้าใจว่าเป็นสิ่งไม่ดีที่ทำอยู่ ดังนั้นวิธีนี้ไม่มีทางเลยที่จะได้ผล สิ่งที่จะได้ผลแน่ ๆ คือ คุณแม่เดินมาที่ลูกทั้งสองคนหลังจากนั้นนั่งลงมองตาเขาทั้งคู่แล้วบอกว่า เราเป็นพี่น้อง ต้องรักกัน เล่นกันดี ๆ หลังจากนั้นทำโทษลูกด้วยการ Time Out ทั้งคู่ การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกเข้าใจเหตุผลว่าครั้งหน้าจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกหรือมากที่สุดคุณแม่ทำแบบเดิมสัก 5-10 ครั้ง เหตุการณ์นี้ก็จะไม่เกิดขึ้นอีกแต่ถ้าคุณแม่ใช้อารมณ์คุยกับลูก โทนเสียงสูงมาก่อนจะไม่ได้ผลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่ลูกรับรู้ได้คืออารมณ์ของแม่ เขาจะหยุดชั่วขณะนั้นเท่านั้น หลังจากนั้นเหตุการณ์นั้นก็จะเกิดขึ้นอีก

#4ลงโทษโดยการไม่ให้ในสิ่งที่เขาชอบ คุณแม่คะ คุณแม่ทราบอยู่แล้วว่าลูก ๆ ของคุณแม่ชอบหรือไม่ชอบอะไรยกตัวอย่างเช่นเด็ก ๆ ชอบของหวาน ชอบไอศครีม ชอบไปซื้อของเล่นหรือ ชอบไปเที่ยวสวนสนุก ชอบไปว่ายน้ำ คุณแม่ใช้ความชอบแนวนี้มาลงโทษลูกได้นะคะ โดยการที่หากลูกไม่ทำในสิ่งที่สมควรจะทำคุณแม่สามารถบอกลูกได้เลยว่าอาทิตย์นี้เราจะไม่ไปว่ายน้ำกัน หรืออาทิตย์นี้เราจะไม่ไปสวนสนุก หรืออาทิตย์นี้เราจะไม่ ทานไอศครีมเพราะลูกไม่ทำไม่เก็บโต๊ะอาหารหลังจากทานเสร็จแล้ว ไม่ล้างจานหรือไม่ทำการบ้าน แต่คุณแม่ต้องจำไว้นะคะว่าพูดจริงต้องทำจริงห้ามพูดแล้วไม่ทำไม่อย่างนั้นการลงโทษแบบนี้จะไม่ได้ผลนะคะ

#5ไม่เถียงกับลูก คำว่าไม่เถียงไม่ได้แปลว่าลูกต้องไม่ทำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกไม่เก็บของเล่น ลูกบอกว่าผมไม่อยากเจ็บทำไมต้องเก็บเพื่อน ๆ ก็ไม่เก็บ เขามีแม่บ้านคอยเก็บกัน ทำไมผมต้องเก็บด้วยไม่ยุติธรรมเลย คุณแม่ไม่ต้องเถียงค่ะคุณแม่แค่บอก สวย ๆ เลยว่าแม่เข้าใจเหตุผลของลูก แต่ลูกต้องเก็บเพราะนี่คือบ้านเรา แค่นี้เลยค่ะคุณแม่ไม่ต้องเถียง ต้องทำให้ลูกเข้าใจว่า สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องทำ อยู่ในบ้านแม่เป็นกฎของแม่ต้องทำตามแม่ บางทีคำว่าแม่ศักดิ์สิทธิ์มากใช้ได้ผลนะคะคุณแม่ กฎข้อ1 แม่ไม่เคยผิด 2. หากแม่ทำผิดให้ย้อนกลับได้ดูกฎข้อ 1 ล้อเล่น ๆ 555

#6ขอบคุณลูก คุณแม่เวลาที่ลูก ๆ ของเราทำได้อย่างที่เราต้องการ เป็นเด็กดีคุณแม่อย่าลืมขอบคุณเขาด้วยนะคะเพราะ การชื่นชมเป็นส่วนหนึ่งในการทำโทษด้วยเหมือนกันค่ะ คุณแม่ชื่นชมเขาบ่อย ๆ ว่าเขาเป็นเด็กดีที่ทำตามคุณแม่พูด คุณแม่จะพบว่าลูกขัดคำสั่งคุณแม่น้อยลง คุณแม่ลองดูนะคะ

#6ให้รางวัลเมื่อลูกทำดี รางวัลในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มีค่าหรือมีราคาแพงเสมอไป บางทีอาจจะเป็นแค่การกอดนาน ๆ หรือการหอมแก้ม หรือการอนุญาตให้ลูกไปเล่นข้างนอก หรือการให้ไอศครีมสัก 1 ถ้วยก็เป็นรางวัลได้เหมือนกัน สำหรับขอบคุณที่ลูกของเราทำดี

#7พูดคำว่าไม่ให้น้อยลง คุณแม่จำไว้เสมอนะคะว่าการที่เด็กจะเล่นเลอะเทอะบ้าง เล่นในสิ่งที่ไม่สมควรเล่นบ้างจะเสียงดังบ้าง จะทำจานแตกบ้าง เป็นเรื่องปกติค่ะเ พราะว่าเขาเป็นเด็ก คุณแม่สิ่งที่พอจะมองผ่าน ๆ ไปได้ก็หลับตาข้างนึง แล้วปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นของในบ้านทุกชิ้นลูกแตะต้องไม่ได้เลย คุณแม่มัวแต่ห้ามอันนี้ไม่ได้อันนั้นไม่ได้ จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ นอกจากนั้นยังลูกยังฟังคำสั่งคุณแม่น้อยลงด้วย เพราะคุณแม่ไม่ให้ทำอะไรพี่ดูจะสนุกได้เลย ในบ้านถ้าบ้านเป็นแบบนี้ไม่ใช่บ้านของลูกค่ะ เป็นบ้านของคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น บ้านแบบนั้นเป็นบ้านตัวอย่างไม่ใช่บ้านพี่ลูก ๆ ของเราอยู่ได้จริง ดังนั้นเราต้องสร้างบ้านที่ลูกของเราอยู่ได้ สิ่งของแทบทุกอย่างลูกสามารถแตะต้องได้ โดยที่ไม่เป็นอันตรายหรือสอนให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่เป็นอันตรายไม่ควรจะต้องมีอะไรบ้าง แต่นอกจากนั้นถ้าจะเลอะบ้าง พังบ้างไม่ใช่ของแพงอะไร ก็ให้เล่นเถอะค่ะคุณแม่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุดในการลงโทษลูกคือ อารมณ์ของคุณแม่ค่ะ คุณแม่ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด เหตุผลมาก่อนคำพูดมาก่อน อารมณ์ไม่มีถ้าคุณแม่รู้สึกว่าเสียงสูงขึ้นปรี๊ดแล้วคุณแม่หยุดนับ 1-10 หรือ 1-100 ก่อนก็ได้เพื่อรอให้เย็นลงนิดนึงแล้วค่อยเข้าไปคุยกับลูกไม่อย่างนั้นสิ่งที่ลูกรับรู้มีแต่อารมณ์ไม่มีเหตุผลไม่มีทางที่การทำโทษจะได้ผลนะคะสู้ ๆ คะ คุณแม่

บทความโดย

Br.Benz Choklap

www.babblespacekidscafe.com

คาเฟ่เด็ก Babble Space KidsCafe

#คาเฟ่สำหรับเด็ก #คาเฟ่เด็ก #จัดงานวันเกิดเด็ก #คาเฟ่ครอบครัว #ร้านอาหามีของเล่น #ร้านอาหารมีกิจกรรม #ร้านอาหารมีสวนสนุก #ร้านอาหารเหมาะสำหรับเด็ก #ร้านอาหารแนวครอบครัว #KidsCafe #KidsCafeกรุงเทพ #KidCafe #คาเฟ่ครอบครัว #คาเฟ่สำหรับครอบครัว #พาลูกเที่ยว #แม่และเด็ก #ร้านอาหารสำหรับคุณแม่ #คาเฟ่ครอบครัว #คิดส์คาเฟ่บางนา #คาเฟ่เด็กบางนา #KidsCafe #แฟรนไชส์กาแฟ #BabbleSpaceKidsCafe #kidsbirthday #kidsparty #partyvenue #themeparty #bangkokkidscafe #playground #KidsCafeBangna #cafe #kidscafethailand #indoorplayground #kidsplayground #playarea #playtime #bangkokexpat #happy #family #bangkokfamily #Expatfamily

10 views

Managed by MCN Consulting Co., Ltd. Registration Number 0105561117466